บิ๊กดาต้า (Big Data) ทางรอดของธุรกิจ

บิ๊กดาต้า (Big Data) ทางรอดของธุรกิจ

บิ๊กดาต้า (Big Data) ทางรอดของธุรกิจ บิ๊กดาต้า คือ ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่มาก มีทั้งที่เป็นข้อมูลที่มีโครงสร้างชัดเจน (Structured Data) ข้อมูลกึ่งมีโครงสร้าง (Semi-Structured Data) และไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Data) โดยข้อมูลจะมีความซับซ้อนและต้องการซอฟต์แวร์ที่รองรับการจัดการหรือการวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการประมวลผลและนำไปใช้ประโยชน์ได้แบบเรียลไทม์

ในโลกปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ธุรกิจ SME หรือธุรกิจขนาดใหญ่ล้วนแล้วแต่ต้องเจอกับสภาวะการแข่งขันที่ดุเดือด ผู้ที่อยู่รอดหรือประสบความสำเร็จคือผู้ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ในทุกรูปแบบ ส่วนแบ่งทางการตลาดคือสิ่งที่สำคัญ ทำอย่างไรจึงจะสามารถแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากคู่แข่งมาให้ได้มากที่สุด ซึ่งในโลกแห่งความเป็นจริง การทำธุรกิจไม่ได้สวยงามและโรยด้วยดอกกุหลาบอย่างที่ใครหลายๆ คนเข้าใจ ในระหว่างทางอาจจะต้องเจอกับปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆ มากมายเข้ามาถาโถม หากไม่ปรับตัวเพื่อความอยู่รอดหรือเรียนรู้ให้เกิดความเข้าใจ ก็ยากที่ธุรกิจนั้นจะประสบความสำเร็จได้

การเข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับการค้าขาย แน่นอนว่าลูกค้าไม่ได้มีเพียงแค่คนเดียวหรือสองคนเท่านั้น แต่มีจำนวนมากนับล้านๆ คน สำหรับบางธุรกิจอาจมีลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้การเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้บริโภคเป็นเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างยาก ดังนั้น Big Data จึงเข้ามามีบทบาทที่สำคัญ โดยวันนี้ Mandala analytics จะมาแชร์ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ Big Data ซึ่งจะนำไปสู่ทางรอดของการทำธุรกิจได้อย่างไร และจะน่าสนใจแค่ไหนตามไปดูพร้อมๆ กันเลย

Big data
ถูกสร้างขึ้นมาเนื่องจากซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ปกติไม่สามารถที่จะรองรับข้อมูลหรือจัดเก็บข้อมูลที่มากมายมหาศาลได้ ตลอดจนประมวลผลข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนิยามของ Big Data ก็คือ ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะนิยมใช้ในองค์กรบริษัทหรือการทำธุรกิจต่างๆ ซึ่งข้อมูลที่มีจำนวนมากมายมหาศาลเหล่านี้ ยกตัวอย่างเช่น ข้อมูลลูกค้า พฤติกรรมผู้บริโภค ไฟล์เอกสาร ไฟล์ภาพ หรือไฟล์วีดีโอ ฯลฯ

Big Data จะเป็นข้อมูลที่มีลักษณะ 4V คือ

Volume : หมายถึง ข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีปริมาณมากมายมหาศาล โดยเก็บไว้หลายๆ ไฟล์ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ภาพ ไฟล์เอกสาร ข้อมูลสำคัญของลูกค้า รวมถึง URLs ที่ Bookmarks ไว้เช่นเดียวกัน

Velocity : หมายถึง ข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา หรือมีอัตราการเพิ่มขึ้นของข้อมูลอย่างรวดเร็ว เช่น การพิมพ์สนทนา ข้อมูลการสั่งซื้อสินค้า เป็นต้น สำหรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างที่เข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือ หน้าเฟสบุคของเราที่มีฟีดข้อมูลเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน

Variety : หมายถึง ข้อมูลที่มีความหลากหลาย คือมาจากหลายกลุ่ม หลายประเภทเนื้อหา เช่น .bmp .gif .jpeg .png .doc .docx .odt .pdf .rtf .tex และอื่นๆอีกมากมาย

Veracity : หมายถึง ข้อมูลที่มีความไม่แน่นอน เนื่องจากมีที่มาหลายแหล่ง เช่น Facebook, Twitter, YouTube เป็นต้น ส่งผลต่อการวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้ยากที่จะควบคุมคุณภาพของข้อมูลเหล่านั้นได้

กระบวนการจาก Big Data คือ การรวบรวมข้อมูลมาจัดเก็บ ประมวลผล วิเคราะห์และนำเสนอ สำหรับในเชิงธุรกิจใช้วิเคราะห์เพื่อหาแนวโน้มของตลาด หาความต้องการของลูกค้าหรือการตั้งราคาที่เหมาะสม โดยถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เช่น ข้อมูลทางสถิติ กราฟ หรือรูปภาพ เป็นต้น

ทำไม Big Data จึงกลายเป็นทางรอดของธุรกิจ

การทำธุรกิจนั้นจะต้องตามให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าผู้คนได้หันมาสนใจหรือใช้งาน Social Media ต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Facebook ,You tube, Twitter, Google, Walmart, Starbucks, Netflix เป็นต้น หากธุรกิจสามารถเก็บรวบรวมข้อมูล โดยเฉพาะพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้า ความชอบ หรือความต้องการได้ จะส่งผลทำให้ธุรกิจนั้นๆ มีความได้เปรียบในด้านการแข่งขันและสามารถสร้างกำไรได้อย่างมหาศาล

Big Data ถูกนำมาวิเคราะห์ข้อมูลทางด้านการตลาด โดยเฉพาะความต้องการเชิงลึกของผู้บริโภค เพื่อนำมาออกแบบสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ นอกจากนั้น Big data ยังมีประโยชน์ในด้านการเงิน ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสถานบันการเงิน หรือการปล่อยสินเชื่อต่างๆ โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้ารายบุคคล เพื่อทำการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นไปตามเงื่อนไขที่ทางสถาบันกำหนด ตลอดจนมีประโยชน์ด้านการขนส่งโดย Big Data สามารถใช้ข้อมูลจากดาวเทียม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการติดตามสินค้าได้อย่างแม่นยำ ด้วยการใช้ Big Data เชื่อมโยงกับ GPS เพื่อให้การขนส่งสินค้าไม่ออกนอกเส้นทางและเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดเป็นการประหยัดต้นทุนในเรื่องของค่าน้ำมันและเป็นการประหยัดเวลาได้ดีเลยทีเดียว

ในธุรกิจ SME ก็เช่นเดียวกัน ปัจจุบันมีธุรกิจหลายแห่งเลือกใช้ประโยชน์จาก Big Data ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ หรือนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคระห์ ประมวลผล เพื่อสร้างธุรกิจที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด

หรือหากกล่าวให้เข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือการใช้ Big Data จะช่วยทำให้ธุรกิจมองเห็นแนวโน้มของตลาดได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นผ่านการรวบรวมข้อมูลความต้องการของลูกค้า และทำให้เข้าใจลูกค้าในยุคดิจิตอลได้มากยิ่งขึ้น ด้วยกลไกการวิเคราะห์ เพื่อให้สังเกตพฤติกรรมของลูกค้าและได้ข้อมูลเชิงลึก นอกจากจะเป็นการดึงดูดลูกค้าแล้วยังเป็นการรักษาลูกค้าไว้อีกด้วย